คำศัพท์ต่อไปนี้ใช้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขจะมีความหมายตามที่กำหนดไว้ด้านล่าง ยกเว้นระบุไว้เป็นอย่างอื่นหรือบริบทอื่น
1.1. “ผู้ขนส่ง” หมายถึง บริษัท นิ่มเอ็กซ์เพรส จำกัด
1.2. “ผู้ส่งสินค้า” หมายถึง บุคคลที่มีชื่อระบุเป็นผู้ส่งสินค้าบนบรรจุภัณฑ์และใบนำส่งสินค้า
1.3. “ผู้รับสินค้า” หมายถึง บุคคลที่มีชื่อระบุเป็นผู้รับสินค้าบนบรรจุภัณฑ์และใบนำส่งสินค้า
1.4. “ผู้ส่ง” หมายถึง บุคคลที่ส่งสินค้ากับผู้ขนส่ง
1.5. “ผู้รับ” หมายถึง บุคคลที่รับสินค้าจากผู้ขนส่ง อาจจะเป็นผู้รับสินค้าเองหรือบุคคลอื่น ณ ที่อยู่ผู้รับสินค้า
1.6. “สินค้า” หมายถึง สิ่งของที่ผู้ส่งสินค้าได้บรรจุลงบรรจุภัณฑ์และนำส่งผู้ขนส่ง
1.7. “บริการขนส่งสินค้าโดยเรียกเก็บเงินปลายทาง (Cash On Delivery - COD)” หมายถึง การให้บริการขนส่งสินค้าจากลูกค้าต้นทาง ไปส่งมอบให้กับผู้รับสินค้าปลายทาง และมีการเรียกเก็บเงินปลายทาง (COD) จากผู้รับสินค้าปลายทาง โดยผู้รับสินค้าปลายทาง สามารถชำระค่า COD เป็นเงินสดหรือ โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารตามที่ผู้ขนส่งกำหนด
1.8. “บรรจุภัณฑ์” หมายถึง กล่องกระดาษ ถุงกระสอบ ลังไม้ พาเลทหรือถัง เทปกาว เชือกมัด ฟาง พลาสติกแร็ปวัสดุกันกระแทก ที่นำห่อหุ้มสิ่งของให้มิดชิด ก่อนนำส่งผู้ขนส่ง
1.9. “ใบนำส่งสินค้า”หมายถึง เอกสารที่ผู้ขนส่งสินค้าออกให้แก่ผู้รับสินค้าเพื่อเป็นหลักฐาน การรับขนส่งสินค้าให้เป็นไปตามข้อตกลง
1.10. “ข้อตกลงและเงื่อนไข” หมายถึง ข้อตกลงและเงื่อนไขในการขนส่งฉบับนี้ รวมถึงที่อาจได้รับการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยเราเป็นครั้งคราว ไม่ว่าจะอยู่ในเอกสารฉบับนี้ หรือเอกสารอื่นใด
     เมื่อส่งสินค้าให้ผู้ขนส่งถือว่าผู้ส่งสินค้ายอมรับข้อกำหนดในนามผู้ส่งผู้รับและบุคคลอื่นที่มีหรืออ้างว่า มีส่วนได้เสียกับสินค้า ซึ่งผู้ส่งและบุคคลดังกล่าวจะผูกพันตามข้อตกลงและเงื่อนไขของผู้ขนส่ง และตกลงรับทราบและยินยอมว่าตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าโดยเรียกเก็บเงินปลายทางเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2567 (“กฎหมายควบคุม COD”)
3.1. สินค้าทั่วไป
3.1.1. บริการจัดส่งถึงที่
3.1.1.1. น้ำหนักของพัสดุไม่เกิน 50 กิโลกรัม
3.1.1.2. ความยาวรวม 3 ด้านไม่เกิน 280 เซนติเมตร
3.1.1.3. ความยาวของแต่ละด้านไม่เกิน 170 เซนติเมตร
3.1.2. บริการจัดส่งที่สาขา (ลูกค้าติดต่อเข้ารับสินค้าที่สาขา)
3.1.2.1. น้ำหนักของพัสดุไม่เกิน 100 กิโลกรัม
3.1.2.2. ความยาวรวม 3 ด้านไม่เกิน 600 เซนติเมตร
3.1.2.3. ความยาวของแต่ละด้านไม่เกิน 200 เซนติเมตร
3.2. สินค้าควบคุมอุณหภูมิ
3.2.1. ประเภทอุณหภูมิที่รับขนส่ง
3.2.1.1. สินค้าแช่เย็น (CHILLED) อุณหภูมิ 0 ถึง 8 องศาเซลเซียส
3.2.1.2. สินค้าแช่แข็ง (FROZEN) อุณหภูมิต่ำกว่า -15 องศาเซลเซียส โดยผู้ส่งต้องทำให้อุณหภูมิของสินค้าต่ำกว่า -15 องศาเซลเซียสเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงก่อนจัดส่ง
3.2.2. ขนาดและน้ำหนัก
3.2.2.1. ด้านที่ยาวที่สุดของกล่องไม่เกิน 55 เซนติเมตร
3.2.2.2. ส่งสินค้าเองที่จุดให้บริการ น้ำหนักไม่เกิน 40 กิโลกรัมต่อบิล
3.3. รถจักรยานยนต์
3.3.1. รถจักรยานยนต์ขนาดไม่เกิน 125 ซีซี
3.3.2. เอกสารประกอบการจัดส่ง ผู้ส่งต้องแสดงเอกสารต่อไปนี้ก่อนส่งมอบรถจักรยานยนต์
3.3.2.1. ต้นฉบับหรือสำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียน)
3.3.2.2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ
3.3.2.3. หนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของรถ (กรณีผู้ส่งไม่ใช่เจ้าของรถ)
3.3.3. สิทธิในการปฏิเสธการรับขนส่ง
บริษัทขอสงวนสิทธิ์ปฏิเสธการรับขนส่ง หากผู้ส่งไม่สามารถแสดงเอกสารประกอบได้ครบถ้วน หรือบริษัทมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับสิทธิในการครอบครองรถจักรยานยนต์
4.1. สินค้าต่อไปนี้ถือเป็นสินค้าต้องห้าม และผู้ส่งตกลงที่จะไม่นำส่งสินค้า
4.1.1. สินค้าผิดกฎหมายและวัตถุอันตราย
4.1.1.1. สิ่งผิดกฎหมาย อาวุธ สิ่งเทียมอาวุธปืน สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ วัตถุและสื่อลามก
4.1.1.2. สิ่งเสพติด บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าประเภทแอลกอฮอล์
4.1.1.3. สารเคมี ยาพิษ วัตถุไวไฟ วัตถุอันตราย น้ำแข็งแห้ง และแบตเตอรี่ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
4.1.2. เอกสารสำคัญและทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง
4.1.2.1. ต้นฉบับและสำเนาเอกสารระบุตัวตนที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ ต้นฉบับเอกสารราชการ เอกสารลับ หรือเอกสารที่ไม่สามารถออกใหม่ได้
4.1.2.2. เช็ค ตั๋วเงิน บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด บัตรเดบิต และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน
4.1.2.3. เครื่องประดับ ของสะสม สินค้ามูลค่าสูง อัญมณี หรือสินค้าที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้
4.1.2.4. สินค้าที่ไม่สามารถชดเชยความเสียหายได้ เช่น ใบเสร็จ คูปอง บัตรกำนัล บัตรสมนาคุณ ตั๋วคอนเสิร์ต และของที่ระลึก เป็นต้น
4.1.3. สิ่งมีชีวิตและสินค้าเน่าเสียง่าย
4.1.3.1. สัตว์ สิ่งมีชีวิต ซากพืช ซากสัตว์ อวัยวะและซากมนุษย์
4.1.3.2. อาหารสด ผัก ผลไม้ สินค้าเน่าเสียง่าย หรือสินค้าที่มีอายุการจัดเก็บ เว้นแต่เป็นบริการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ
4.1.4. สินค้ามีลักษณะเฉพาะ
4.1.4.1. เค้กที่มีการตกแต่งหน้าทุกรูปแบบ
4.1.4.2. ไอศกรีม
4.1.5. สินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ไม่เหมาะสมจนไม่สามารถขนส่งได้
4.1.5.1. บรรจุภัณฑ์ชำรุด ฉีกขาด หรือไม่สามารถปิดผนึกได้
4.1.5.2. บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถรองรับน้ำหนักหรือป้องกันความเสียหายของสินค้าได้
4.1.5.3. ไม่มีวัสดุป้องกันเพียงพอจนเสี่ยงต่อการแตกหัก รั่วไหล หรือก่อให้เกิดอันตรายระหว่างการขนส่ง
4.1.5.4. สินค้าอื่นใดที่บริษัทพิจารณาแล้วว่าอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคล ทรัพย์สิน หรือการขนส่ง โดยคำวินิจฉัยของบริษัทถือเป็นที่สุด
4.2. ผู้ส่งต้องไม่นำส่งสินค้าที่ผิดกฎหมาย สารเคมี วัตถุไวไฟ วัตถุอันตราย หรือสินค้าใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายในการขนส่ง หากฝ่าฝืนและก่อให้เกิดความเสียหาย ผู้ส่งต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและทางอาญาแต่เพียงผู้เดียว
4.3. ผู้ขนส่งไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการจัดส่งสินค้าต้องห้ามตามข้อ 4 ทุกกรณี
5.1. สินค้าต่อไปนี้สามารถจัดส่งได้ แต่บริษัทจะรับเคลมเฉพาะกรณีสินค้าสูญหายเท่านั้น โดยไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง
5.1.1. สินค้าทั่วไป
5.1.1.1. สินค้าเปราะบางและเสี่ยงต่อความเสียหาย เช่น สินค้าที่มีส่วนประกอบจากวัสดุเปราะบาง สินค้าที่ไม่ทนต่อแรงกระแทกหรือแรงสั่นสะเทือน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องดนตรี เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
5.1.1.2. สินค้าประเภทที่มีการใช้งานแล้ว (สินค้ามือสอง)
5.1.1.3. สินค้าที่บรรจุกล่องโฟมโดยมีน้ำแข็งอยู่ภายใน เว้นแต่เป็นบริการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ
5.1.1.4. สินค้าประเภทอะไหล่
5.1.2. สินค้าควบคุมอุณหภูมิและสินค้าเน่าเสียง่าย
5.1.2.1. สินค้าที่ส่งต้องมีอายุจัดเก็บอย่างน้อย 5 วันก่อนวันหมดอายุ
5.1.2.2. สินค้าควบคุมอุณหภูมิที่บรรจุในกล่องโฟมหรือบรรจุภัณฑ์ที่อุณหภูมิไม่สามารถเข้าถึงได้
5.1.2.3. สินค้าควบคุมอุณหภูมิที่ไม่ได้เตรียมอุณหภูมิก่อนส่งมอบตามเกณฑ์ที่กำหนด
5.1.2.4. สินค้าที่ต้องการอุณหภูมิต่ำกว่ามาตรฐานที่บริษัทกำหนด
5.1.2.5. สินค้าที่จัดส่งไม่ตรงกับประเภทการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมกับลักษณะสินค้า
5.1.2.6. สินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ไม่เป็นไปตามมาตรฐานบริษัท
5.1.2.7. สินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ไม่เหมาะสมหรือไม่แข็งแรง แต่ยังสามารถขนส่งได้อย่างปลอดภัย
5.1.2.8. สินค้าที่บรรจุหีบห่อภายในไม่เหมาะสมหรือไม่เพียงพอ
5.2. บริษัทขอสงวนสิทธิ์พิจารณาความเหมาะสมของสินค้าและบรรจุภัณฑ์เป็นรายกรณี และอาจปฏิเสธการรับขนส่งหากเห็นว่ามีความเสี่ยงต่อความเสียหายหรือความปลอดภัยในการขนส่ง
5.3. ผู้ส่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการบรรจุหีบห่อให้ได้มาตรฐานของบริษัท หากเกิดความเสียหายจากการบรรจุหีบห่อที่ไม่รัดกุม ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นความผิดของผู้ส่ง และการที่บริษัทรับมอบสินค้าไว้ไม่ถือเป็นการรับรองว่าหีบห่อถูกต้องหรือเหมาะสมสำหรับการขนส่ง
6.1. ต้นไม้ พันธุ์พืช ดอกไม้ และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพตามธรรมชาติ
7.1. ข้อกำหนดด้านบรรจุภัณฑ์
7.1.1. สินค้าทุกชิ้นต้องบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมก่อนส่งมอบให้บริษัท หากไม่มีบรรจุภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ไม่เหมาะสม บริษัทขอสงวนสิทธิ์ปฏิเสธการรับขนส่ง
7.1.2. สินค้าที่มีขนาด รูปร่าง หรือน้ำหนักแตกต่างกัน ไม่สามารถมัดรวมเป็นพัสดุเดียวกันเพื่อจัดส่งได้ ผู้ส่งต้องแยกบรรจุและจัดส่งเป็นแต่ละชิ้น
7.1.3. ฟิล์มยืด บับเบิ้ลกันกระแทก และกระดาษลูกฟูก ไม่ถือเป็นบรรจุภัณฑ์หลัก และไม่สามารถใช้แทนกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมได้
7.1.4. ผู้ส่งต้องเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับประเภทสินค้า โดยมีขนาดเหมาะสมและสามารถรองรับน้ำหนักของสินค้าได้
7.1.5. สินค้าประเภทของเหลวต้องบรรจุในภาชนะที่ปิดสนิท ไม่มีรอยรั่วซึม พร้อมวัสดุป้องกันการกระแทกก่อนจัดส่ง
7.1.6. บรรจุภัณฑ์ประเภทกระสอบต้องมีความแข็งแรง เหมาะสมกับน้ำหนักสินค้า และเย็บปิดปากกระสอบให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบ
7.1.7. ผู้ส่งต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของการบรรจุสินค้า เนื่องจากการขนส่งทุกประเภทมีความเสี่ยงต่อการกระแทก การสั่นสะเทือน และการเคลื่อนย้ายระหว่างการขนส่ง
7.2. ประเภทบรรจุภัณฑ์ที่แนะนำ
เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับประเภท ลักษณะ ขนาด และน้ำหนักของสินค้า เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายระหว่างการขนส่ง ตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ ได้แก่
7.2.1. ซองเอกสาร สำหรับใส่เอกสาร จดหมาย คูปอง บัตรกำนัล การ์ดหรือบัตรของขวัญต่าง ๆ
7.2.2. ซองพลาสติกหรือซองกันน้ำ สำหรับใส่เสื้อผ้าจำนวนน้อยชิ้นหรือสินค้าที่มีขนาดเล็กไม่เสี่ยงเสียหายง่าย
7.2.3. กล่องกระดาษทั่วไป สำหรับใส่สินค้าแห้งทั่วไปที่ไม่มีบรรจุภัณฑ์ห่อหุ้มมาตรฐานของผู้ผลิต
7.2.4. กล่องผลไม้ สำหรับผลไม้ โดยกล่องควรหนา แข็งแรง และมีรูระบายอากาศ
7.2.5. กล่องสำหรับสินค้าควบคุมอุณหภูมิ สำหรับสินค้าแช่เย็นและแช่แข็ง โดยต้องทนทานและแข็งแรงต่อความชื้น
7.2.6. กระสอบ สำหรับเมล็ดพืช อาหารสัตว์ หรือสินค้าที่ไม่แตกหัก
7.2.7. ลังไม้ สำหรับสินค้าที่มีน้ำหนักมากหรือสินค้าขนาดใหญ่

7.3. ข้อแนะนำในการแพ็คสินค้าทั่วไป

7.4. ข้อแนะนำในการแพ็คสินค้าผักและผลไม้

7.5. ข้อแนะนำในการแพ็คสินค้าควบคุมอุณหภูมิ

8.1. การจัดส่งจะถือว่าเสร็จสิ้น เมื่อสินค้าถูกจัดส่งไปยังที่อยู่ของผู้รับสินค้า ซึ่งระบุไว้ในใบนำส่งสินค้า
8.2. ในกรณีที่ผู้รับสินค้าไม่พร้อมรับสินค้าตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในใบนำส่งสินค้า ผู้ขนส่งอาจจัดส่งสินค้าให้กับบุคคลอื่น ณ ที่อยู่ของผู้รับสินค้า
8.3. กรณีที่ไม่มีผู้รับสินค้าปลายทาง หากได้รับการร้องขอจากผู้ส่งสินค้าหรือผู้รับสินค้า ผู้ขนส่งจะส่งตามที่ได้รับการร้องขอนั้นๆ
8.4. ผู้ขนส่งจะไม่ส่งสินค้าไปยังที่อยู่อื่นนอกเหนือจากที่อยู่ของผู้รับซึ่งระบุไว้ในใบนำส่งสินค้า เว้นแต่จะได้คำแนะนำจากผู้ส่งสินค้า ดังนั้นผู้รับสินค้าจะต้องติดต่อผู้ส่งสินค้าเพื่อขอข้อมูลดังกล่าว
8.5. ผู้ส่งตกลงแจ้งรายละเอียดตามที่ผู้ขนส่งกำหนด เช่น รายละเอียดสินค้า มูลค่าสินค้า ที่อยู่และข้อมูลของผู้ส่ง, ผู้ส่งสินค้า, ผู้รับ หรือผู้รับสินค้า เป็นต้น ที่ถูกต้องและชัดเจน หากผู้ส่งไม่ได้ระบุรายละเอียดใด ๆ อันส่งผลต่อการขนส่งหรือความรับผิดของผู้ขนส่ง ผู้ส่งตกลงให้ผู้ขนส่งพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ หากผู้ส่งแจ้งความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อมูลใดๆ อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ขนส่ง ผู้ส่งต้องชำระค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้แก่ผู้ขนส่งตามความเป็นจริง และหากการนั้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือบุคคลอื่นใด ผู้ส่งต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
8.6. กรณีผู้ขนส่งถูกปรับหรือต้องรับผิดอันเนื่องมาจากความบกพร่องของผู้ส่ง ผู้ส่งตกลงรับผิดทั้งหมด
8.7. กรณีที่สินค้าจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการส่งเป็นพิเศษ เช่น พัสดุแตกหักง่าย หรือพัสดุที่โดยสภาพอาจก่อให้เกิดอันตรายหรือเกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของบุคคลอื่นได้ ผู้ส่งจะแจ้งให้ผู้ขนส่งทราบ
9.1. ผู้ขนส่งจำเป็นต้องมีลายเซ็นจากผู้รับ และรูปภาพการส่งมอบสินค้าให้ผู้รับเพื่อเป็นหลักฐานการจัดส่ง
9.2. ในกรณีที่ชื่อของผู้รับไม่ตรงกับใบนำส่งสินค้า พนักงานจัดส่งต้องยืนยันตัวตนของผู้รับอย่างสมเหตุสมผล และจำเป็นต้องมีลายเซ็นของผู้รับดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐานในการจัดส่ง
9.3. ในกรณีที่ไม่สามารถลงลายมือชื่อได้พนักงานจัดส่งสินค้าจะเขียนเป็นหมายเหตุไว้ เพราะบางครั้งอาจจะมีความจำเป็นไม่สามารถลงลายมือชื่อได้ เช่น กรณีเกี่ยวกับร่างกายหรือสุขภาพของผู้รับ และกรณีที่มีสถานะการโรคติดต่อ ทางผู้ขนส่งมีการปรับรูปแบบการเก็บหลักฐานการจัดส่งเป็นพิมพ์บันทึกข้อมูลผู้รับหรือผู้รับแทน
10.1. อาจเกิดจากสาเหตุต่างๆดังต่อไปนี้
10.1.1. ติดต่อผู้รับสินค้าไม่ได้ (ปิดเครื่อง ปิดทำการ เบอร์โทรผิด)
10.1.2. ผู้รับสินค้าปฏิเสธรับหรือปฏิเสธการจ่ายเงินเรียกเก็บปลายทาง(COD)
10.1.3. ผู้ส่งสินค้าแจ้งระงับการจัดส่ง
10.1.4. ไม่สามารถระบุหรือบอกตำแหน่งของผู้รับสินค้าได้ชัดเจน
10.1.5. ผู้ส่งสินค้าระบุข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่งสินค้าไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง
10.2. ไม่มีบุคคลที่เหมาะสมรอรับสินค้าตามที่อยู่ของผู้รับสินค้าได้
10.3. สินค้าที่รอดำเนินการจากผู้รับสินค้าหรือผู้ส่งสินค้า ได้แก่
10.3.1. การยืนยันข้อมูลที่อยู่หรือเบอร์ติดต่อ
10.3.2. สินค้ารับเองที่จุดบริการ
10.3.3. สินค้าเลื่อนการจัดส่ง
10.4. เหตุสุดวิสัย เช่น ภัยธรรมชาติ รัฐประหาร การก่อกบฏ สงคราม เป็นต้น
10.5. กรณีจัดส่งสินค้าไม่สำเร็จในครั้งแรกผู้ขนส่งจะพยายามจัดส่งสินค้าให้ซ้ำอีก 2 ครั้ง
11.1. การจัดส่งล่าช้า หมายถึง ผู้ขนส่งได้จัดส่งสินค้าให้กับผู้รับสินค้าสำเร็จตามที่อยู่ที่ได้ระบุไว้ในใบนำส่ง แต่เกินระยะเวลาการจัดส่งที่กำหนด
12.1. สาเหตุการส่งสินค้าคืน
12.1.1. ผู้รับสินค้าปฎิเสธรับสินค้าและ/หรือปฏิเสธการรับหรือการจ่ายเงินเรียกเก็บปลายทาง (COD)
12.1.2. ผู้ขนส่งจัดส่งสินค้าไม่สำเร็จ 3 ครั้ง
12.1.3. ผู้ส่งสินค้าไม่สามารถให้คำแนะนำเพิ่มเติมตามคำขอของผู้ขนส่ง
12.1.4. ผู้ส่งสินค้าขอยกเลิกการจัดส่งหรือส่งคืนสินค้าด้วยเหตุผลใดก็ตาม
12.1.5. สินค้าที่ผู้รับสินค้ามารับด้วยตัวเองเกิน 7 วัน
12.2. สินค้าส่งคืนจะถูกส่งกลับไปให้ผู้ส่งสินค้า โดยผู้ส่งสินค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งสินค้ากลับ การรับคืนสินค้าจากผู้รับสินค้าที่ปฏิเสธการรับสินค้าให้ถือเป็นสุด โดยผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดชอบเพิ่มเติมใดๆ
12.3. ผู้ส่งสินค้าไม่สามารถขอคืนค่าธรรมเนียมการจัดส่งทั้งหมดและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้
12.4. สินค้าอาจถูกส่งไปยังที่อยู่ของผู้ส่งสินค้าโดยตรง หรือถูกส่งไปยังจุดบริการของผู้ขนส่ง ซึ่งผู้ส่งสินค้าเป็นผู้กำหนด
12.5. ผู้ส่งสินค้าต้องติดต่อเข้ารับสินค้าคืน ณ จุดบริการที่ผู้ส่งสินค้ากำหนด โดยผู้ขนส่งจะติดต่อผู้ส่งสินค้าในวันที่สินค้ามาถึง และผู้ส่งสินค้าจะต้องติดต่อรับสินค้าทั่วไปภายใน 30 วันทำการหรือสินค้าควบคุมอุณหภูมิภายใน 7 วันทำการ (หลังผู้ขนส่งแจ้ง) หากไม่เข้ารับภายในระยะเวลาที่กำหนด กรรมสิทธิ์ของสินค้าจะตกเป็นของผู้ขนส่ง โดยผู้ขนส่งมีสิทธิ์ทำลายหรือขายทอดตลาดได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบ
13.1. ผู้ส่งสินค้าจะต้องเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมการจัดส่งและคำนวณตามวิธีการต่อไปนี้
13.2. การเปรียบเทียบขนาดของสินค้า (ผลรวมของความยาว+ความกว้าง+ความสูง) และน้ำหนักสำหรับวิธีนี้ขนาดและน้ำหนักที่แตกต่างกันจะมีช่วงราคาต่างกันและค่าจัดส่งสินค้าที่ เกิดขึ้นจริงขึ้นอยู่กับช่วงราคาของขนาดหรือน้ำหนัก แล้วแต่จำนวน
13.3. นอกจากนี้ อาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าบริการเก็บเงินปลายทาง ค่าบริการเพิ่มความคุ้มครองสินค้า มากกว่าค่าเสียหายพื้นฐานที่บริษัทฯกำหนด ค่าส่งคืนสินค้า ค่าบริการพื้นที่พิเศษ ฯลฯ ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
14.1. ค่าธรรมเนียม 2%
14.1.1. ผู้ส่งสินค้าเลือกใช้บริการเก็บเงินปลายทาง (COD) ต้องชำระค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด
14.2. อัตราค่าธรรมเนียมบริการ
14.2.1. คิดค่าธรรมเนียม 2% ของมูลค่าที่เรียกเก็บ (ขั้นต่ำ 10 บาท)
14.3. ระยะเวลาการโอนเงินคืน
14.3.1. ผู้ขนส่งจะดำเนินการโอนเงินคืนภายใน 1 วัน หลังจากครบกำหนด 5 วัน ตามมาตรการของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
14.3.2. โอนเงินคืนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด
14.4. เงื่อนไขกรณีจัดส่งไม่สำเร็จ
14.4.1. หากจัดส่งไม่สำเร็จ ผู้ส่งสินค้าไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม COD
14.4.2. ผู้ส่งสินค้าต้องชำระค่าขนส่งสินค้าคืน
15.1. หากผู้ส่งสินค้าไม่สามารถให้ที่อยู่จัดส่งทั้งหมดหรือที่อยู่ที่ถูกต้องของผู้รับสินค้าได้ ผู้ขนส่งจะพยายามติดต่อผู้ส่งสินค้าหรือผู้รับสินค้า เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม
15.2. หากการเปลี่ยนแปลงที่อยู่จัดส่งข้ามพื้นที่ ผู้ส่งสินค้าและผู้รับสินค้าต้องตกลงกันในการรับผิดชอบชำระค่าบริการเพิ่มเติม
16.1. ผู้ส่งสินค้าต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึง ข้อบังคับที่กรมศุลกากรได้กำหนดไว้
16.2. ในกรณีสินค้าเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตราย หรือผิดกฎหมาย ผู้ขนส่งจะติดต่อผู้ส่งเพื่อขอเปิดและตรวจสอบพัสดุ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในการจัดส่งสินค้า
16.3. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ศุลกากรต้องการเปิดและตรวจ สอบสินค้า ทางผู้ขนส่งจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ หากเจ้าหน้าที่ต้องการเปิดตรวจสินค้าโดยไม่จำเป็นต้องต้องแจ้ง ให้ผู้ส่งสินค้าหรือผู้รับสินค้าได้ทราบล่วงหน้า
16.4. ตามหัวข้อ (16.3) กรณีที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ หรือเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ทำการเปิดตรวจสินค้าของลูกค้า ทางเราขอสงวนสิทธิ์ตามหัวข้อดังนี้
16.4.1. บริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากพัสดุเกิดความเสียหายในระหว่างการตรวจสอบ
16.4.2. สินค้าที่ถูกเปิดตรวจจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามประกันค่าคุ้มครองสินค้า
16.4.3. สินค้าที่ถูกเปิดตรวจและโดนยึดโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่ ศุลกากร ลูกค้าจะต้องเป็นคนติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสำแดงเอกสารหรือข้อมูลยืนยันที่มาที่ไป ของสินค้าแก่เจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง
16.4.4. สินค้าที่ถูดยึดและถูกปล่อยโดยกรมศุลกากร ผู้ขนส่งจะไปรับสินค้ากับทางเจ้าหน้าที่และดำเนินการส่งยังปลายทางต่อไป
17.1. ผู้ขนส่งไม่รับผิดชอบต่อความสูญหายหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ที่อยู่นอก เหนือการควบคุม หรือเหตุสุดวิสัย เช่น สงคราม (ทั้งที่ประกาศหรือไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ) รัฐประหาร การก่อกบฏ การปฏิวัติ การก่อการร้าย การจับตัวประกัน เหตุระเบิด หรือการใช้อาวุธสงครามหรือปฏิกิริยาตอบโต้การ กระทำเหล่านี้ รวมทั้งการยึดสินค้า ภัยธรรมชาติ (เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุ ฯลฯ)
18.1. ผู้ขนส่งจะคืนเงินค่าขนส่งให้กับผู้ส่งสินค้า ในกรณีที่สินค้ายังไม่ถูกดำเนินการตามกระบวนการขนส่งของผู้ขนส่ง หากสินค้าได้ถูกดำเนินการตามกระบวนการขนส่ง ผู้ขนส่งขอสงวนการคืนเงินให้แก่ผู้ส่งทุกกรณี
18.2. สินค้าที่ถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานรัฐ ไม่สามารถขอเงินค่าขนส่งสินค้าคืนได้
19.1. ผู้ขนส่งจำกัดความรับผิดเฉพาะมูลค่าความเสียหายหรือการสูญหายของสินค้าที่เกิดจากผู้ขนส่งเท่านั้น และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายทางอ้อม การสูญเสียผลประโยชน์ทางการค้า การขาดรายได้ และไม่ว่าในกรณีใด ๆ ความรับผิดของผู้ขนส่งจะไม่เกินวงเงินความคุ้มครองสูงสุดตามที่กำหนดไว้ในข้อ 19.3 ไม่ว่าจะเรียกร้องในมูลฐานสัญญา ละเมิด หรือฐานอื่นใดก็ตาม
19.2. ผู้ขนส่งขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าบริการขนส่งสินค้า
19.3. ผู้ขนส่งจำกัดมูลค่าความคุ้มครองตามมูลค่าสินค้าจริงตามประเภทสินค้าดังนี้
19.3.1. สินค้าทั่วไป ไม่เกิน 2,000 บาทต่อหนึ่งใบนำส่งสินค้า ยกเว้นการระบุข้อตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างผู้ส่งและผู้ขนส่ง
19.3.2. สินค้าควบคุมอุณหภูมิ ไม่เกิน 3,000 บาทต่อหนึ่งใบนำส่งสินค้า
19.3.3. รถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 10,000 บาทต่อหนึ่งใบนำส่งสินค้า
19.3.4. กรณีที่ผู้ส่งซื้อประกันความคุ้มครองเพิ่มเติม ตามมูลค่าสินค้าจริงไม่เกิน 50,000 บาทต่อหนึ่งใบนำส่งสินค้า
19.4. ผู้ขนส่งจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายหรือการสูญหายของสินค้าต้องห้าม สินค้าที่ไม่รับขนส่ง (ข้อ 4)
19.5. ผู้ขนส่งจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย การสูญหาย หรือความล่าช้าในการขนส่งที่เกิดขึ้น อันเนื่องมาจากเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ขนส่ง หรือมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของผู้ขนส่งโดยตรง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกรณีดังต่อไปนี้ รถเสีย รถเกิดอุบัติเหตุ การจลาจล ประท้วง จี้ปล้น ภัยธรรมชาติ สภาพจราจรหรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐ สินค้าที่เสื่อมสภาพ ชำรุด หรือบุบสลายได้โดยสภาพหรือลักษณะตามธรรมชาติของสินค้าเอง บรรจุภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมหรือไม่เพียงพอของผู้ส่ง การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าอันเป็นเท็จหรือไม่ครบถ้วนของผู้ส่ง การกระทำหรือความผิดของผู้ส่ง ผู้รับ หรือบุคคลภายนอก หรือเหตุสุดวิสัยอื่นใดที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
19.6. ผู้ขนส่งสินค้าแบบเรียกเก็บเงินปลายทาง ต้องปฏิบัติตามกฎหมายควบคุม COD อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ผู้ขนส่งขอสงวนสิทธิที่จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำที่จำเป็น เพื่อการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายควบคุม COD
19.7. ผู้ขนส่งขอสงวนสิทธิที่จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำที่จำเป็น เพื่อการปฏิบัติตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522
19.8. หากความเสียหายหรือการสูญหายเกิดขึ้นหรือมีส่วนที่เกิดขึ้นจากความผิดหรือความประมาทเลินเล่อของผู้ส่ง ผู้รับ หรือบุคคลภายนอก ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดในความเสียหายส่วนที่เกิดจากความผิดหรือความประมาทเลินเล่อในส่วนดังกล่าว
20.1. ระยะเวลาในการยื่นคำร้อง กรณีสินค้าเสียหายหรือสูญหาย ผู้ส่งต้องแจ้งคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้ขนส่งภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้
20.1.1. สินค้าทั่วไป ต้องยื่นคำร้องภายใน 3 วัน นับจากวันที่ได้รับสินค้า
20.1.2. สินค้าควบคุมอุณหภูมิ ต้องยื่นคำร้องภายใน 24 ชั่วโมง นับจากวันที่ได้รับสินค้า
20.1.3. หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ขนส่งได้ส่งมอบสินค้าในสภาพเรียบร้อยสมบูรณ์แล้ว และผู้ส่งสละสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ขนส่งทุกกรณี
20.2. ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง
20.2.1. ผู้ขนส่งจะชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ส่งสินค้าเท่านั้น กรณีผู้รับสินค้าเป็นผู้ประสงค์จะเรียกร้องค่าเสียหาย ผู้รับต้องประสานให้ผู้ส่งเป็นผู้ดำเนินการยื่นคำร้องแทน
20.3. ช่องทางการยื่นเคลม
20.3.1. ผู้ส่งสามารถยื่นคำร้องผ่านเว็บไซต์ของบริษัท https://www.nimexpress.com
20.4. ผู้ส่งจัดเตรียมรายละเอียดและจัดเตรียมหลักฐานประกอบในการยื่นเคลม
20.4.1. ข้อมูลของผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่ ชื่อ–นามสกุล , หมายเลขโทรศัพท์ , อีเมลสำหรับติดต่อ
20.4.2. หลักฐานความเสียหาย รูปถ่ายสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความเสียหาย ทั้งภายนอกและภายในรวมถึงรูปถ่ายวัสดุและวิธีการบรรจุหีบห่อ ภาพถ่ายสินค้าก่อนส่งมอบให้แก่ผู้ขนส่ง (ถ้ามี)
20.4.3. หลักฐานแสดงมูลค่าสินค้า เช่น ใบเสร็จรับเงิน , ใบแจ้งหนี้ , หลักฐานการทำธุรกรรมทางธนาคารหลักฐานการสั่งซื้อสินค้า , โฆษณาหรือข้อมูลราคาสินค้าจากเว็บไซต์ , เอกสารอื่นที่สามารถยืนยันมูลค่าสินค้าได้
20.4.4. เอกสารประกอบการยื่นเคลม กรณีบุคคลธรรมดา
20.4.4.1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง (กรณีชาวต่างชาติ)
20.4.4.2. สำเนาสมุดบัญชีธนาคารที่มีชื่อบัญชีตรงกับผู้เรียกร้องค่าสินไหม
20.4.5. เอกสารประกอบการยื่นเคลม กรณีนิติบุคคล
20.4.5.1. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท อายุไม่เกิน 1 เดือน
20.4.5.2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม
20.4.5.3. สำเนาสมุดบัญชีธนาคารที่มีชื่อบัญชีตรงกับผู้เรียกร้องค่าสินไหม
20.4.6. ขอสงวนสิทธิ์ในการขอเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามความจำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณา
20.5. การเก็บรักษาสินค้าที่เสียหาย
20.5.1. กรณีสินค้าเสียหาย ผู้ยื่นคำร้องจะต้องเก็บรักษาสินค้า บรรจุภัณฑ์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องไว้จนกว่ากระบวนการพิจารณาคำร้องจะแล้วเสร็จ
20.5.2. หากบริษัทอนุมัติการชดใช้ค่าเสียหาย บริษัทมีสิทธิเรียกคืนสินค้าดังกล่าวได้ตามความเหมาะสม
20.6. สิทธิในการเรียกคืนสินค้า
20.6.1. เมื่อผู้ขนส่งได้อนุมัติและจ่ายเงินชดเชยค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ส่งเรียบร้อยแล้ว กรรมสิทธิ์ในตัวสินค้าที่ได้รับความเสียหายดังกล่าวจะตกเป็นของผู้ขนส่งทันที และผู้ขนส่งมีสิทธิ์เรียกคืนหรือดำเนินการกับสินค้านั้นตามที่เห็นสมควร
20.7. การเคลมสินค้าแต่ละใบนำส่งสามารถยื่นเคลมได้เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น
21.1. การพิจารณาด้านสินค้า
21.1.1. ต้องไม่เป็นสินค้าต้องห้าม (ข้อ 4)
21.1.2. ผู้ส่งต้องแจ้งประเภท ลักษณะ และมูลค่าสินค้าให้ครบถ้วน ถูกต้อง และไม่เป็นเท็จ
21.1.3. สำหรับสินค้าที่รับขนส่งแต่ไม่รับเคลมความเสียหาย (ข้อ 5) บริษัทจะพิจารณาเฉพาะกรณีสินค้าสูญหายเท่านั้น
21.2. การพิจารณาด้านบรรจุภัณฑ์
21.2.1. บรรจุภัณฑ์ต้องมีความเหมาะสมกับประเภท ขนาด น้ำหนัก และลักษณะของสินค้า
21.2.2. บรรจุภัณฑ์ต้องมีความแข็งแรงเพียงพอสำหรับการขนส่งและการขนถ่ายสินค้า
21.2.3. สินค้าต้องได้รับการบรรจุอย่างเหมาะสม มีวัสดุป้องกันการกระแทกเพียงพอ และไม่มีช่องว่างภายในบรรจุภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายระหว่างการขนส่ง
21.2.4. บริษัทจะพิจารณาจากสภาพบรรจุภัณฑ์ ณ เวลาที่รับสินค้าและเวลาส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้รับ
21.2.5. บรรจุภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมอาจสร้างความเสียหายให้กับสินค้าชิ้นอื่นได้ ผู้ขนส่งอาจยุติการจัดส่งโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าโปรดศึกษาข้อกำหนดและเงื่อนไขการรับสินค้า อย่างถี่ถ้วนเมื่อเกิดความเสียหายต่อสินค้าหรือทำให้สินค้า อื่นๆเสียหาย/เลอะเปื้อน ผู้ส่งจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหาย
21.3. การพิจารณาเพิ่มเติมสำหรับสินค้าควบคุมอุณหภูมิ
21.3.1. ผู้ส่งต้องเลือกประเภทอุณหภูมิให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้า
21.3.2. การควบคุมอุณหภูมิของสินค้าแช่แข็ง (Frozen) ให้ต่ำกว่า –15 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงก่อนการจัดส่ง
21.3.3. การตรวจวัดอุณหภูมิบนผิวบรรจุภัณฑ์ขณะรับสินค้าแช่แข็ง (Frozen) ต้องมีอุณหภูมิต่ำกว่า –15 องศาเซลเซียส
ข้อตกลงและเงื่อนไขจะอยู่ภายใต้กฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทยและคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายอยู่ภายใต้ เขตอำนาจศาลแห่งราชอาณาจักรไทยโดยไม่อาจเพิกถอนได้
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริการนี้ เป็นไปตามเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) สำหรับบริการขนส่งพัสดุของบริษัท นิ่มเอ็กซ์เพรส จำกัด โดยเอกสารดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการนี้ ผู้ส่งและผู้รับบริการจึงควรอ่านและทำความเข้าใจข้อกำหนดดังกล่าวโดยละเอียด